REALZ-PRP Injection and FUE Hair Transplant

logo_Realz

ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่ล้ำสมัยขึ้น จึงได้ก่อเกิดเป็นวิทยาการใหม่ๆ ของการรักษา แก้ปัญหาทางร่างกายให้กับคนไข้ อย่างเช่นในกลุ่มคนที่กำลังประสบปัญหาหัวล้าน หรือ ผมร่วง ผมบาง ทั้งหัวล้าน จากกรรมพันธุ์ ผมร่วงจากการอาการป่วย และสาเหตุอื่นๆ นั้น ก็เริ่มมีทางเลือกทางการแพทย์ในการรักษาอาการผมร่วง ผมบาง เพิ่มมากขึ้น

จากเดิมที่รักษาด้วยยา ก็เริ่มพัฒนามาเป็นวิธีการผ่าตัด แล้วก็มาสู่เทคโนโลยี และเทคนิควิธีการใหม่ ที่สามารถปลูกผมได้โดยไม่ต้องผ่าตัด และ The Realz ก็เป็นหนึ่งในวิธีปลูกผมโดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัด ที่ IHC ได้มีการให้บริการอยู่ ณ ขณะนี้

Realz คืออะไร

IHC มีเทคโนโลยีการปลูกผมล่าสุด ซึ่งเรียกว่า Realz ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการทำ PRP Hair Transplant แบบใหม่ วิธีการคือเราจะเก็บตัวอย่าง Growth Factor จากเซลล์เลือดของคุณ และใช้เครื่องมือพิเศษในการจำแนกเกร็ดเลือด และแยก Growth Factor ออกมา

หลังจากนั้นก็จะทำการฉีด Growth Factor กลับไปสู่รากผมเพื่อทำการปลูกผม อีกทั้งการปลูกผมวิธีนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสการอยู่รอดของเส้นผมที่งอกใหม่จากการผ่าตัดปลูกผมในแบบทั่วไป หรือ การผ่าตัดปลูกผมแบบ FUE

Realz เป็นหนึ่งในวิธีปลูกผมแบบธรรมชาติที่แพทย์ใช้รักษาผู้ที่มีปัญหา ผมบาง หัวล้าน พร้อมกับรักษาอาการผมร่วงด้วย โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่เป็นการใช้เทคนิค Platelet-Rich Plasma Therapy (PRP) ซึ่งเป็นการนำเลือดจากผู้รับการรักษามาผ่านขบวนการทาง Biotechnology เพื่อกระตุ้นด้วยเครื่องมือพิเศษ เพื่อให้เกิด Growth Factor จำนวนที่มากขึ้น แล้วจึงนำฉีดกลับเข้าไปในบริเวณรากผม เพื่อให้เกิดการซ่อมสร้างเซลล์รากผมด้วยวิธีธรรมชาติของตัวมันเอง กระตุ้นให้เซลล์ตั้งต้นที่ไต้ต่อมผมสร้างเส้นผมขึ้นใหม่ ที่แข็งแรงมากขึ้น ผมดูหนาขึ้นและมีสุขภาพดีขึ้น

การทำ PRP แพทย์จะดำเนินการโดยใช้เลือดเฉพาะบุคคล และจะใช้เลือดคนละประมาณ 30-60cc. มาเข้าสู่กระบวนการสกัดเพื่อนำเกล็ดเลือดไปใช้ในการรักษาผมร่วง หรืออาจจะใช้ร่วมกับกระบวนการรักษาผมร่วงวิธีอื่นๆ ช่วยให้ผลการทำศัลยกรรมปลูกผมได้ผลดียิ่งขึ้น

PRP คืออะไร

PRP ชื่อเต็ม คือ Plalet Rich Plasma แปลว่า น้ำเลือดส่วนที่มีปริมาณเกล็ดเลือดอยู่มาก
โดยเกล็ดเลือด (platelet) นี้ปกติจะผลิตโมเลกุลที่เรียกรวมๆ กันว่า Growth Factors (GF) ได้หลายตัว และโมเลกุล Growth Factors เหล่านี้มันมีบทบาทในการแก้ปัญหาการอักเสบในร่างกาย

PRP นั้นจะเป็นเกร็ดเลือดเข้มข้น ที่มีความเข้มข้นกว่าเกร็ดเลือดในกระแสโลหิตทั่วไป 3-4 เท่า โดยเกร็ดเลือดเข้มข้นที่เหมาะสมในการใช้รักษา ควรมีปริมาณเกร็ดเลือดประมาณ 1,000,000 หน่วยต่อไมโครลิตร และใน PRP จะประกอบไปด้วยสารต่างๆ ที่ช่วยการแข็งตัวของเลือด ช่วยสร้างและส่งเสริม การสร้างเส้นเลือด กระตุ้นการเจริญเติบโตและการแบ่งของเซลล์ผิวหนัง กระดูก คอลลาเจน ช่วยให้แผลสมานเร็วขึ้น

อันที่จริงแล้ว PRP ไม่ได้จำกัดเฉพาะการแก้ปัญหาผมร่วง หรือใช้ปลูกผมให้กับคนหัวล้านเท่านั้น แต่ PRP เป็นวิธีรักษาทางการแพทย์เทคนิคใหม่ ที่สามารถใช้ในการรักษาการบาดเจ็บของของระบบโครงสร้างของมนุษย์ กระตุ้นการทำงานของเซลล์ในระบบต่างๆ ของร่างกายได้มากมาย เช่น ใช้ในการรักษาข้อบกพร่องที่เกิดกับเอ็น กล้ามเนื้อ กระดูก กระดูกอ่อน, ใช้ PRP ในการฝังรากเทียม, ใช้ในการรักษาด้านความงาม ลดริ้วรอยเหี่ยวย่น ให้ผิวเต่งตึง ไปจนถึงการใช้ PRP ในการปลูกผม ชะลออาการผมบางและช่วยให้ผมกลับมาแข็งแรงขี้น

PRP คือการใช้เพลตเลต หรือ เกล็ดเลือด จากเซลล์ของตัวเองที่แต่ละคนมี ไปผ่านกระบวนการปั่นเพื่อแยกเอาส่วนที่เป็นน้ำเหลืองออก แล้วฉีดเข้าไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายที่ต้องการกระตุ้นให้เซลล์ซ่อมแซมตัวเอง

prp-therapy-3

เมื่อฉีดเกร็ดเลือดเข้าไปแล้ว เกร็ดเลือดจะหลั่งสารบางอย่างออกมาที่มีฤทธิ์กระตุ้นเซลล์ต่างๆ ที่เรียกว่า Growth Factor (ฉีดตรงไหน กระตุ้นเซลล์ตรงนั้น เช่นผม,หลังมือ,ข้อ) โดยสารในเกล็ดเลือด มีเซลล์ที่ใช้ในการสร้างชีวิตถึง 9,000 กว่าชนิด และมีเอนไซม์ในการสร้างชีวิต 1,400 กว่าชนิด เมื่อเกล็ดเลือดเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายจะสามารถยกระดับในการต่อต้านความแก่ชราของร่างกายได้เร็ว และกระตุ้น การสร้างเซลล์ใหม่ๆ ตลอดจาก 1 ไปจนถึง 100% เพิ่มไป300% และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
การทำ PRP นี้เป็นที่นิยมทำในคลินิกในประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส และญี่ปุ่น เนื่องจากการที่ใช้เซลล์ของตัวเอง นั้นไม่มีอันตราย จึงนิยมใช้ในการรักษาอย่างเช่น การลดรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า การรักษากระดูกข้อต่อ ไปจนถึงการปลูกผม

PRP กับการกระตุ้นรากผม

prp-hair-growth

PRP ได้นำมาใช้ในหลายด้าน เช่นวิทยาศาสตร์การกีฬาการรักษาอาการ ข้อ เอ็น กล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง, รักษาแผล สมานเนึ้อเยื่อ, ใช้ในการฝังรากเทียม ไปจนถึงใช้ในการ rejuvenation ของผิวหน้า

ส่วนการรักษาผมร่วง ผมบาง ก็ได้มีการใช้ PRP ในการชะลออาการ ผมบาง ใช้ในการปลูกผม โดยกระตุ้นให้รากผมผลิตเส้นผมให้งอกขึ้นใหม่ ช่วยให้ผมกลับมาแข็งแรงขี้น และยังมีการใช้ร่วมกับการทำเลเซอร์รักษาผมร่วง และใช้ร่วมกับการผ่าตัดปลูกผมที่จะช่วยให้ผลการปลูกผมได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น เพิ่มอัตราการอยู่รอดของเซลล์ในรากผมที่ปลูกใหม่ ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการสร้างเส้นผม

หลังจากการศัลยกรรมปลูกผมนั้น แทบทุกราย เส้นผมที่ทำการย้ายมาปลูกในตำแหน่งใหม่ จะหลุดร่วงออกมาประมาณ 10-14 วันหลังผ่าตัด แล้วเส้นผมถึงจะค่อยๆ งอกออกมามากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วง 6-8 สัปดาห์ หลังผ่าตัดและจะงอกยาวออกมาเรื่อยๆ และ รอดูผลลัพธ์การปลูกผมอีกประมาณ 6-12 เดือน ว่า รากผมในตำแหน่งที่ปลูกใหม่นั้นจะงอกออกมาหรือไม่ ซึ่งไม่มีวิธีไหนที่ทำได้ 100 %

อ้างอิงจากการศึกษาวิจัยในประเทศเกาหลี ได้เปิดเผยสถิติการปลูกผมด้วยการผ่าตัดแบบทั่วไป ว่าอัตราการรอดอยู่รอดของเซลล์รากผม (Survival Rate) นั้น มีเพียง 40.8% สูงสุดมีเพียงแค่ ไม่เกิน 70 % เท่านั้น ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญของศัลยแพทย์ในการผ่าตัดปลูกผม
นอกเหนือจากนี้ การทำ PRP ยังช่วยให้แผลผ่าตัดปลูกผมหายเร็วกว่าปกติ และมีแผลเป็นน้อยหรือเล็กลง เพราะน่าจะทราบกันดีอยู่แล้วการปลูกผมถาวรนั้น ไม่ว่าจะทั้งแบบผ่าตัด แบบไม่ผ่าตัด แบบใช้หุ่นยนต์ นั้น ล้วนแล้วแต่มีแผลทั้งสิ้น ที่ออกมาโฆษณาว่า การปลูกผม FUE ไม่มีรอยแผลนั้น จริงๆ แล้ว คือ มีรอยแผล แต่เป็นจุดๆ ซึ่งการทำPRP นี้ จะช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมเซลล์ผิวหนัง ให้แผลหายเร็วกว่าปกติ โอกาสที่จะแผลเป็นก็จะน้อยลง

การปลูกผมด้วยวิทยาการใหม่ Realz ร่วมกับการผ่าตัดปลูกผม

ในการปลูกผมถาวรนั้น ในปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำมากขึ้น จึงทำให้วิธีการปลูกผมถาวรที่มีอยู่เดิมนั้น ได้รับการพัฒนา จนกลายเป็นเทคนิควิธีที่หลากหลายมากขึ้น โดยการปลูกผม ณ ตอนนี้ ก็ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องผ่าตัดศัลยกรรมอีกต่อไป เพราะมีเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาช่วย ให้สามารถปลูกผมได้โดยไม่ต้องผ่าตัดเหมือนเดิมแล้ว ซึ่งวิธีการผ่าตัดที่นิยมในปัจจุบันก็จะมี

1. การปลูกผมที่ต้องผ่าตัด FUT- Follicular Unit Transplantation
2. การปลูกผมด้วยวิธีย้ายรากผม FUE-Follicular Unit Extraction
3. การปลูกผมโดยใช้หุ่นยนต์ (the ARTAS® Robotic Procedure)

แต่ในการผ่าตัดปลูกผม 3 วิธีดังที่กล่าวไปนั้น มีเรื่องจริงที่หลายคนยังไม่รู้คือหลังจากการศัลยกรรมปลูกผมนั้น แทบทุกราย เส้นผมที่ทำการย้ายมาปลูกในตำแหน่งใหม่ จะหลุดร่วงออกมาประมาณ 10-14 วันหลังผ่าตัด แล้วเส้นผมถึงจะค่อยๆ งอกออกมามากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วง 6-8 สัปดาห์ หลังผ่าตัดและจะงอกยาวออกมาเรื่อยๆ

แต่ทั้งนี้ก็จะต้องรอดูผลลัพธ์การปลูกผมอีกประมาณ 6-12 เดือน ว่า รากผมในตำแหน่งที่ปลูกใหม่นั้นจะงอกออกมาหรือไม่ ต้องใช้เวลาถึงจะบอกได้อย่างมั่นใจว่าการทำศัลยกรรมปลูกผมประสบความสำเร็จดีหรือไม่ เพราะมีการศึกษาวิจัยในประเทศเกาหลีได้เปิดเผยสถิติการปลูกผมด้วยการผ่าตัดแบบทั่วไป ว่าอัตราการรอดอยู่รอดของเซลล์รากผม (Survival Rate) นั้น มีเพียง 40.8% ของเส้นผมที่ทำการปลูกทั้งหมด

แต่ในขณะเดียวกัน การศึกษาวิจัยนี้ ได้มีการทดลองเปรียบเทียบ การปลูกผมแบบ PRP กับการปลูกผมแบบทั่วไป โดยแบ่งกลุ่มทดลองออกเป็น 4 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มคนที่ปลูกผมแบบ PRP ก่อนการผ่าตัดปลูกผม 3 วัน กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มคนที่ฉีด PRP ร่วมกับการปลูกผม หลังการปลูกผมทันที กลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มคนที่ฉีด PRP หลังผ่านการปลูกผม 3 วัน และกลุ่มสุดท้าย เป็นกลุ่มคนที่ปลูกผมแต่ควบคุมไม่ให้ได้รับการฉีด PRP

เมื่อเวลาผ่านไป 21 วัน ได้ทำการวัดผล โดยการประเมินผลลัพธ์อัตราการรอดของรากผมที่ทำการปลูกผม และงอกใหม่โดยไม่หลุดร่วง เทียบกับบริเวณที่ทำการปลูกผมทั้งหมด พบว่า

อัตราการรอดของเซลล์รากผม ในกลุ่มที่ 1 คิดเป็น 97.8% , ส่วนในกลุ่มที่ 2 ที่มีการฉีด PRP วันเดียวกับที่ปลูกผม คิดเป็น 69.2% , ในกลุ่มที่ 3 ที่ฉีด PRP หลังปลูกผม 3 วัน คิดเป็น55.7% และ 40.8% ในกลุ่มควบคุม ซึ่งผลการวิจัย แสดงให้เห็นว่า ในกลุ่มคนที่ปลูกผมด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ PRP จะได้ผลลัพธ์ของอัตราการอยู่รอดของเส้นผมที่ปลูกใหม่ ที่สูงกว่าคนที่ไม่ได้ฉีด PRP

และนอกจากนี้ ความเป็นจริงอีกข้อนึงคือ เส้นผมที่ผ่าตัดมาปลูกผมในบริเวณศีรษะล้านนั้น ก็สามารถหลุดร่วงได้เช่นกัน เมื่อเวลาผ่านไป 10-15ปี

เพราะอย่าลืมว่า การปลูกผมนั้นเป็นการซ่อมแซมรากผมในบริเวณที่รากผมตายแล้ว แต่ไม่ใช่การรักษาหยุดยั้ง DHT ที่อยู่ร่างกายได้ ดังนั้น เมื่อ DHT ยังคงอยู่ กระบวนการทำลายรากผมจากฮอร์โมน DHT ยังเดินหน้าต่อเนื่อง และยิ่งในคนที่ปลูกผมตั้งแต่อายุยังน้อย (อายุไม่เกิน 30 ปี) อัตราของDHT ก็ยังคงสูงอยู่ ซึ่งสาเหตุนี้ก็จะทำให้อาจจะต้องกลับมาทำศัลยกรรมซ้ำในภายหลังเพราะว่าตำแหน่งที่ผมบางยังไม่หยุดนิ่งยังขยายไปเรื่อยๆ สรุปแล้วก็คือปลูกผมถาวร นั้นไม่ถาวรเสมอไป

แต่วิทยาการปลูกผมใหม่ล่าสุด ที่ชื่อว่า Realz ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะ IHCนั้น เราคิดค้นมาเพื่อแก้ปัญหาหัวล้าน ผมร่วง ผมบางแบบถาวรอย่างแท้จริง ไม่ให้คุณต้องกลับมาเผชิญกับปัญหาผมร่วงแบบเดิมๆ อีกต่อไป

ขั้นตอนการทำ PRP ร่วมกับการผ่าตัดปลูกผม

การปลูกผมด้วยวิทยาการใหม่ล่าสุด Realz ที่เป็นรูปแบบการปลูกผมร่วมกันระหว่าง การผ่าตัดปลูกผม และการปลูกผมแบบ PRP ที่จะช่วยให้ผลลัพธ์ในการผ่าตัดปลูกผมนั้น มีประสิทธิผล มีอัตราเส้นผมที่เจริญเติบโตได้สูงขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากการฉีด PRP นั้นจะช่วยให้อัตราการอยู่รอดของเซลล์รากผมที่ทำการปลูกใหม่ในบริเวณหนังศีรษะนั้นมีเส้นผมงอกใหม่ได้สูงถึง 97%

โดยกระบวนการปลูกผมแบบ PRP ร่วมกับการผ่าตัดปลูกผมนั้น จะเริ่มจากการฉีด PRP เข้าไปยังรากผม ก่อนที่จะทำการผ่าตัดปลูกผมด้วยเทคนิคFUE หรือ FUT ซึ่งการปลูกผมด้วยเทคนิค PRP นั้นใช้กระบวนการวิธีเดียวกับการสกัดเกร็ดเลือด นั่นคือ
03734bf2959cf66a03d745af6385d451

1. ใช้เข็มเจาะเลือดดูดเลือดจากต้นแขนมาประมาณ 30-60cc
2. นำเลือดเข้าสู่กระบวนการปั่นแยกเกล็ดเลือดที่สมบูรณ์ไปด้วย Growth Factor ในเครื่องเหวี่ยงสาร หรือ Centrifuge
3. แยกเกล็ดเลือดที่สมบูรณ์และเข้มข้นออกจากเกล็ดเลือดปกติ
4. ฉีดเกล็ดเลือดที่สกัดแยก PRP แล้ว เข้าสู่หนังศีรษะบริเวณที่ผมบาง ต้องการปลูกผม

หลังจากทำการฉีด PRP เสร็จเรียบร้อยแล้ว ศัลยแพทย์จะทำประเมินผลการปลูกผมเบื้องต้น และทำการนัดหมายวัน กับผู้เข้ารับบริการ เพื่อเข้ารับการผ่าตัดปลูกผมอีกครั้ง โดยเบื้องต้นจะอยู่ที่ 1-3 วันหลังการฉีด PRP เรียบร้อยแล้ว

ในการทำ PRP Injection ที่ผสานกับการผ่าตัดปลูกผม FUE Hair Transplant นั้น จะทำการฉีด PRP เพียงครั้งเดียวเท่านั้น เพื่อเพิ่มประสิทธิผลให้กับการผ่าตัดปลูกผม ให้มีอัตราการอยู่รอดของเส้นผมที่สูงขึ้น ต่างจากการทำ PRP Injection ร่วมกับ Laser Hair Therapy ที่จะต้องเข้ารับการฉีด PRP เดือนละ 1 ครั้ง ต่อเนื่องเป็นเวลา 6 เดือน ควบคู่ไปกับการทำเลเซอร์รักษาผมร่วง

ข้อดีของการปลูกผมแบบ PRP

1. ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดปลูกผม
2. เป็นวิธีการรักษาตามธรรมชาติ มีความปลอดภัยสูง โอกาสแพ้น้อยมากเพราะเป็นเลือดจากเราเอง
3. ใช้เวลาในการปลูกเพียง 60-90 นาที
4. เส้นผมงอกใหม่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ดกดำ และหนาขึ้น
5. แก้ปัญหา ผมบาง หัวล้าน กระตุ้นให้เซลล์บริเวณต่อมรากผมทำงานในการผลิตเส้นผมใหม่ และช่วยให้เส้นผมทั้งที่งอกใหม่ และที่ขึ้นอยู่เดิม แข็งแรงขึ้น อีกทั้งยังป้องกันการฝ่อของเซลล์รากผมได้ด้วย
6. ใช้ร่วมกับการรักษาอย่างอื่นได้เช่นเลเซอร์ ทรีทเม้นท์ เพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพมากขึ้น
7. ช่วยเพิ่มอัตราการอยู่รอดของเส้นผม ซึ่งมีส่วนสำคัญมากสำหรับการผ่าตัดปลูกผม เนื่องจากโดยทั่วไปแล้ว คนที่ปลูกผมด้วยการผ่าตัดทั้ง FUE FUT หรือด้วยเทคโนโลยีRobot นั้น ไม่ใช่ว่าจะปลูกผมแล้วผมจะขึ้น 100% เพราะผมบางส่วนจะหลุดร่วงไป ซึ่งผู้ที่ผ่าตัดปลูกผมจะต้องเข้ารับการประเมินอัตราการรอดของรากผมในภายหลังว่า มีเส้นผมที่ปลูกแล้วงอกใหม่ และเติบโตได้คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ และแน่นอนว่าไม่มีวิธีไหนที่ทำได้ 100 %

อ้างอิงจากการศึกษาวิจัยในประเทศเกาหลี ได้เปิดเผยสถิติการปลูกผมด้วยการผ่าตัดแบบทั่วไป ว่าอัตราการรอดอยู่รอดของเซลล์รากผม (Survival Rate) นั้น มีเพียง 40.8% สูงสุดมีเพียงแค่ ไม่เกิน 70 % เท่านั้น ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญของศัลยแพทย์ในการผ่าตัดปลูกผม

ข้อจำกัดของการเข้ารับการปลูกผมด้วยเทคนิค PRP

1. ผู้ที่มีอาการป่วย มีการติดเชื้อ
2. ผู้ที่เกร็ดเลือดต่ำ
3. ผู้ป่วยมะเร็ง
4. สตรีมีครรภ์ หรือคุณแม่ที่ต้องให้นมลูก
5. คนไข้ที่แพ้ยาชา จำเป็นต้องแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนทุกครั้ง
6. จะเห็นผลอย่างชัดเจน เมื่อทำการรักษา 3-4เดือนไปแล้ว

Download Package